Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) คืออะไร? ความจริงทางวิทยาศาสตร์และเหตุผลที่ได้รับความนิยมทั่วโลก 

Lab Grown Diamond คือ

Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบคืออะไร? 

เพชรแล็บ คือเพชรที่ถูกสร้างขึ้นภายในห้องปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยจำลองกระบวนการเกิดเพชรตามธรรมชาติ แม้จะมีแหล่งกำเนิดแตกต่างจากเพชรธรรมชาติ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว เพชรแล็บมีองค์ประกอบทางเคมี โครงสร้างผลึก และคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติทุกประการ ด้วยเหตุนี้ สถาบันอัญมณีศาสตร์ระดับโลกจึงจัดให้ Lab Grown Diamond เป็น “เพชร” เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ แตกต่างกันเพียงแหล่งกำเนิดเท่านั้น 
 
Reference: 

https://www.gia.edu/gia-news-research/gems-gemology-summary-latest-research-lab-grown-diamonds

https://www.igi.org/lab-grown-diamonds

องค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์ของ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) 

ในทางวิทยาศาสตร์ Lab Grown Diamond ประกอบด้วยคาร์บอนบริสุทธิ์ (Carbon – C) เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ โดยอะตอมของคาร์บอนจะเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโควาเลนต์ (Covalent Bond) และเรียงตัวในรูปแบบผลึกสามมิติที่เรียกว่า Diamond Cubic Crystal Structure โครงสร้างผลึกดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่แข็งแรงที่สุดในธรรมชาติ ส่งผลให้ Lab Grown Diamond มีคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความแข็ง ความเปล่งประกาย และความสามารถในการนำความร้อน 

Lab Grown Diamond

Figure 1. Diamond Cubic Crystal Structure และคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ของ Lab Grown Diamond 

คุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ 

• ความแข็งระดับ 10 ตาม Mohs Scale 
• ดัชนีหักเหแสง (Refractive Index) 2.42 
• ค่าการกระจายแสง (Dispersion) 0.044 
• การนำความร้อนสูง (High Thermal Conductivity) 

แม้เพชรและกราไฟต์ (Graphite) จะประกอบด้วยคาร์บอนเหมือนกัน แต่การเรียงตัวของอะตอมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กราไฟต์มีโครงสร้างแบบชั้นบางซ้อนกัน จึงมีความอ่อนนุ่มและใช้เป็นส่วนประกอบของไส้ดินสอ ขณะที่เพชรมีโครงสร้างผลึกสามมิติที่แข็งแรงมาก ทำให้กลายเป็นหนึ่งในวัสดุที่แข็งที่สุดที่พบในธรรมชาติ 

ด้วยเหตุนี้ Lab Grown Diamond จึงมีประกายไฟ (Fire) ความเปล่งประกาย (Brilliance) และความแข็งแรงเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ จนได้รับการยอมรับจากสถาบันอัญมณีศาสตร์ระดับโลกว่าเป็นเพชรสังเคราะห์ที่มีองค์ประกอบและคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ แตกต่างกันเพียงแหล่งกำเนิดเท่านั้น 

Reference: 
https://www.gia.edu/gia-news-research/gems-gemology-summary-latest-research-lab-grown-diamonds 

https://en.wikipedia.org/wiki/Synthetic_diamond

https://www.igi.org/lab-grown-diamonds

Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) ถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร? 

Lab Grown Diamond

Figure 2. Two Primary Technologies Used to Create Lab Grown Diamond: HPHT and CVD 

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลัก 2 รูปแบบในการผลิตเพชรแล็บ ได้แก่ HPHT (High Pressure High Temperature) ซึ่งจำลองสภาวะแรงดันและอุณหภูมิสูงใต้เปลือกโลก โดยใช้แรงดันสูงกว่า 5 GPa และอุณหภูมิประมาณ 1,300–1,600 องศาเซลเซียส ภายใต้สภาวะดังกล่าว อะตอมของคาร์บอนจะจัดเรียงตัวเป็นผลึกเพชรเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ 

 และ CVD (Chemical Vapor Deposition) ในกระบวนการ CVD จะมีการปล่อยก๊าซที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เช่น มีเทน (Methane) ภายใต้สภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสูง อะตอมของคาร์บอนจะค่อย ๆ สะสมตัวบนแผ่นเมล็ดเพชร (Diamond Seed) และเติบโตเป็นผลึกเพชรทีละชั้นจนกลายเป็นเพชรแล็บที่สมบูรณ์ 

ทั้งสองเทคโนโลยีสามารถสร้างเพชรแล็บที่มีองค์ประกอบทางเคมีและโครงสร้างผลึกเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ 
 
Reference: https://en.wikipedia.org/wiki/Synthetic_diamond 

ทำไม Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)  จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก? 

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่าตลาด Lab Grown Diamond ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตจาก 29.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 สู่ 91.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 
 
ขณะที่ McKinsey & Company ระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลง โดยผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคุ้มค่า และทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น 
 
Reference: 
https://www.fortunebusinessinsights.com/lab-grown-diamond-market-110569 
https://www.mckinsey.com/industries/metals-and-mining/our-insights/the-diamond-industry-is-at-an-inflection-point 

ราคา Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)  แตกต่างจากเพชรธรรมชาติอย่างไร? 

ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า Lab Grown Diamond หลายขนาดและหลายคุณภาพอาจมีราคาต่ำกว่าเพชรธรรมชาติประมาณ 50%-90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพ และสภาวะตลาดในช่วงเวลานั้น 
 
Reference: 
https://www.forbes.com/sites/garthfriesen/2025/01/19/lab-grown-diamonds-vs-mined-whats-the-difference/ 

ซื้อ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)  อย่างไรให้มั่นใจว่าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ? 

ผู้บริโภคควรพิจารณาปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ได้แก่ 

  • มีบริษัทหรือโชว์รูมที่สามารถตรวจสอบได้  
  • มีใบรับรองจากสถาบันมาตรฐาน เช่น GIA หรือ IGI  
  • มีการเปิดเผยข้อมูลคุณภาพเพชรตามหลัก 4Cs อย่างชัดเจน  
  • มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา  
  • มีบริการหลังการขายและช่องทางติดต่อที่ชัดเจน  

เช่นเดียวกับ GLOW เราให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใส และประสบการณ์ของลูกค้าในทุกขั้นตอน โดยมีโชว์รูมสำหรับเข้าชมสินค้าจริง พร้อมทีมงานที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคุณภาพเพชรตามหลัก 4Cs อย่างละเอียด 

Lab Grown Diamond ของ GLOW ผ่านการคัดสรรคุณภาพอย่างพิถีพิถัน และมีใบรับรองจากสถาบันอัญมณีศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดของ Lab Grown Diamond แต่ละเม็ดได้อย่างโปร่งใส นอกจากนี้ GLOW ยังมีบริการนัดหมายเข้าชมสินค้าแบบส่วนตัว (Private Appointment) และบริการดูแลหลังการขาย เพื่อมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน 

FAQ 

Q : Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เป็นเพชรจริงหรือไม่? 

A : ใช่ เป็นเพชรที่สร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการที่มีองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ และสามารถรับใบรับรองจากสถาบันมาตรฐาน เช่น GIA และ IGI 

Q : Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) แตกต่างจาก Cubic Zirconia (CZ) หรือ Moissanite อย่างไร? 

A : เพชรแล็บเป็นเพชรสังเคราะห์ที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นคาร์บอนเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ ขณะที่ Cubic Zirconia (CZ) และ Moissanite เป็นวัสดุคนละประเภทและมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกัน 

เขียนบทความโดย

Picture of GLOW Diamond
GLOW Diamond

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Lab Grown Diamond (คนไทยเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เราส่งมอบความงามผ่านเครื่องประดับเพชรแล็บอันหรูหรายาวนานกว่า 20 ปี มั่นใจถึงคุณภาพรายละเอียดทุกด้าน

Recent Posts

Featured Products: