สร้อยคอเพชรเป็นเครื่องประดับที่ช่วยเปลี่ยนลุคธรรมดาให้ดูสง่างามขึ้นได้ทันที แต่ความหรูไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพชรเพียงอย่างเดียว ดีไซน์ รูปทรงของเพชร ความยาวสร้อย สีตัวเรือน และความเหมาะสมกับรูปร่างของผู้สวมใส่ ล้วนส่งผลต่อภาพรวมทั้งหมด
เลือกใส่สร้อยเพชรแบบไหน ใส่แล้วดูแพง ดูมีออร่า
สร้อยเพชรที่ดูหรูควรมีจุดเด่นชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดซับซ้อน ดีไซน์ที่มีสัดส่วนสมดุลและเปิดให้เพชรรับแสงได้ดี มักทำให้ประกายเพชรโดดเด่นกว่างานที่ใส่องค์ประกอบจำนวนมาก
สร้อยเพชรเม็ดเดี่ยวดีไซน์เรียบแต่ดูหรู
สร้อยเพชรเม็ดเดี่ยวหรือ Solitaire Necklace เป็นดีไซน์ที่เรียบง่ายและอยู่เหนือกาลเวลา จุดเด่นคือสายตาจะถูกดึงไปยังเพชรเม็ดกลางเพียงจุดเดียว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลุคสะอาด สุภาพ และดูมีรสนิยม
สำหรับผู้ที่มองหาขนาดซึ่งเห็นประกายชัดและยังใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน สร้อยคอเพชรแล็บ Necklace Round 0.56 Carat เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถนำไปเปรียบเทียบเรื่องสัดส่วนและรูปแบบการสวมใส่ได้
สร้อยเพชรทรงกลมเพิ่มประกายให้ใบหน้าดูสว่าง
เพชรทรงกลมหรือ Round Brilliant เป็นรูปทรงที่เหมาะกับผู้ที่ชอบประกายระยิบระยับและความคลาสสิก รูปทรงที่สมมาตรช่วยสร้างภาพลักษณ์เรียบร้อย อ่อนโยน และเข้ากับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์
ผู้ที่ต้องการประกายชัดขึ้นแต่ยังไม่ดูเป็นเครื่องประดับสำหรับออกงานเพียงอย่างเดียว อาจพิจารณา สร้อยคอเพชรแล็บ Necklace Round 0.78 Carat เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกขนาดที่เหมาะกับลุคประจำวัน
สร้อยเพชรดีไซน์Round ดูทันสมัยไม่ซ้ำใคร
เพชรทรง Round สามารถออกแบบให้ดูร่วมสมัยได้ด้วยการผสมเพชรต่างรูปทรง ผู้ที่รู้สึกว่าสร้อยเม็ดเดี่ยวเรียบเกินไป สามารถเลือกงานที่ผสมเพชรทรง Round เข้ากับทรง Baguette ซึ่งให้ทั้งความอ่อนโยนและเส้นสายที่ดูทันสมัย ดังตัวอย่าง สร้อยคอเพชรแล็บ Necklace Round และ Baguette 0.45 Carat
เลือกสร้อยเพชรให้เหมาะกับรูปหน้าและช่วงคอ
ผู้ที่มีใบหน้ากลมหรือช่วงคอสั้นควรเลือกสร้อยที่มีจี้ทรงยาว เพราะช่วยให้ใบหน้าและลำคอดูเรียวยาวขึ้น
สำหรับใบหน้ารูปไข่สามารถเลือกได้เกือบทุกดีไซน์
ส่วนผู้ที่มีใบหน้ายาวอาจใช้สร้อยความยาวระดับไหปลาร้าหรือจี้ทรงกลมเพื่อเพิ่มความสมดุล หากมีช่วงคอยาว การเลือกสร้อยแบบ Choker หรือสร้อยยาวประมาณ 14 ถึง 16 นิ้วจะช่วยเน้นความสง่างามของลำคอได้ดี
เลือกขนาดเพชรเท่าไรให้ดูแพงแต่ไม่มากเกินไป
ความรู้สึกว่าเพชรดูเล็กหรือใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกะรัตเพียงอย่างเดียว รูปทรง การเจียระไน ตัวเรือน และสัดส่วนของผู้สวมใส่ล้วนมีผลต่อขนาดที่มองเห็น
เพชรต่ำกว่า0.50 กะรัต สำหรับลุคเรียบหรู
เพชรขนาดต่ำกว่า 0.50 กะรัตเหมาะกับผู้ที่ชอบเครื่องประดับชิ้นเล็กและต้องการใส่ได้ทุกวัน และสามารถใส่ร่วมกับต่างหูหรือแหวนดีไซน์เรียบได้ง่าย
เพชรประมาณ0.50 ถึง 1.00 กะรัต ใส่ได้ทุกวัน
ช่วงขนาดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้เห็นประกายเพชรอย่างชัดเจน แต่ยังคงความเรียบหรู ใส่ได้ทุกโอกาสถือเป็นช่วงขนาดที่สร้างสมดุลระหว่างความโดดเด่นและความคล่องตัวในการใช้งาน
เพชรมากกว่า1.00 กะรัต สำหรับลุคหรูและโดดเด่น
เพชรขนาดมากกว่า 1.00 กะรัตเหมาะกับการเป็นเครื่องประดับชิ้นหลักของลุค ควรเลือกตัวเรือนและสายสร้อยที่มีสัดส่วนรองรับเพชรอย่างสมดุล สามารถดูสัดส่วนของ สร้อยคอเพชรแล็บ Necklace Round 1.7 Carat เพื่อเปรียบเทียบกับขนาดสำหรับใส่ประจำวัน
เลือกความยาวสร้อยเพชรยังไงให้เข้ากับรูปร่าง
ความยาวสร้อยกำหนดตำแหน่งที่เพชรจะตกอยู่บนลำคอและหน้าอก ตำแหน่งนี้มีผลโดยตรงต่อการดึงสายตา รวมถึงความเข้ากันกับรูปคอเสื้อ
สร้อยยาว14 ถึง 16 นิ้ว สำหรับเสื้อคอกว้างและลุคเรียบหรู
ความยาวระดับนี้จะอยู่ใกล้ลำคอหรือบริเวณเหนือไหปลาร้า เหมาะกับเสื้อคอกว้าง เสื้อเกาะอก และเดรสที่เปิดช่วงไหล่ ช่วยทำให้เพชรเป็นจุดเด่นและสร้างลุคที่ดูประณีต
สร้อยยาว18 นิ้ว ความยาวมาตรฐานที่ใส่ง่าย
สร้อยยาวประมาณ 18 นิ้วมักตกอยู่บริเวณไหปลาร้าหรือต่ำกว่าเล็กน้อย จึงเข้ากับเสื้อคอกลม คอวี และเสื้อเชิ้ตได้ดี สามารถสวมใส่ได้กับรูปร่างและสไตล์การแต่งตัวหลายแบบ
สร้อยยาว20 นิ้วขึ้นไป สำหรับเสื้อคอสูงและลุคทางการ
สร้อยที่ยาวตั้งแต่ 20 นิ้วขึ้นไปช่วยทำให้ช่วงลำตัวดูยาวและเพรียวขึ้น เหมาะกับเสื้อคอสูง ชุดสูท หรือเดรสเรียบที่ต้องการเครื่องประดับมาช่วยเติมความโดดเด่น
เคล็ดลับใส่สร้อยเพชรให้ดูแพงขึ้น
การใส่สร้อยเพชรให้ดูหรูไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องประดับที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างสร้อย เสื้อผ้า และเครื่องประดับชิ้นอื่น รายละเอียดเล็กน้อยสามารถทำให้สร้อยเส้นเดียวกันดูแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน
เลือกเสื้อคอเปิดเพื่อให้เพชรโดดเด่น
เสื้อคอวี คอสี่เหลี่ยม หรือคอกว้างช่วยเปิดพื้นที่ให้สร้อยและจี้มองเห็นได้ชัด ทำให้ประกายเพชรเด่นขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนเครื่องประดับ
ไม่ใส่เครื่องประดับหลายชิ้นจนแย่งความโดดเด่นกัน
เมื่อเลือกสร้อยเพชรเป็นจุดเด่น ควรใช้ต่างหูและแหวนที่มีรายละเอียดเรียบกว่า ตัวเรือนไวท์โกลด์ช่วยสร้างลุคสะอาดและทันสมัย เหมาะกับผู้ที่ชอบเครื่องประดับโทนเย็น ส่วนเยลโลว์โกลด์ให้ความรู้สึกคลาสสิกและอบอุ่น ขณะที่โรสโกลด์ให้ลุคอ่อนโยนและร่วมสมัย ควรพิจารณาร่วมกับสีเครื่องประดับที่ใส่เป็นประจำเพื่อให้ภาพรวมดูกลมกลืน
ทำความสะอาดเพชรเพื่อรักษาประกายอยู่เสมอ
ควรเช็ดสร้อยด้วยผ้านุ่มหลังสวมใส่และเก็บแยกจากเครื่องประดับชิ้นอื่น การตรวจสอบตัวเรือนและจุดยึดเพชรเป็นระยะยังช่วยลดความเสี่ยงที่เพชรจะหลวมหรือหลุดหาย
เลือกสร้อยคอเพชรที่สะท้อนสไตล์ของคุณ
สร้อยเพชรที่ใส่แล้วดูแพงที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นที่มีเพชรขนาดใหญ่ที่สุด แต่ควรเป็นดีไซน์ที่เข้ากับรูปหน้า ช่วงคอ เสื้อผ้า และบุคลิกของผู้สวมใส่ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้สมดุลกัน เพชรจะดูโดดเด่นและเสริมภาพลักษณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
GLOW Diamond มีสร้อยคอLab Grown Diamond ให้เลือกตั้งแต่ดีไซน์เม็ดเดี่ยวสำหรับใส่ทุกวัน ไปจนถึงสร้อยเพชรที่มีรายละเอียดโดดเด่นสำหรับโอกาสสำคัญ
ที่ GLOW Diamond เราคัดสรรเครื่องประดับที่ผสานความงดงามของงานดีไซน์เข้ากับคุณภาพของ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องประดับระดับพรีเมียม ที่มอบทั้งความงดงาม คุณภาพ และความคุ้มค่า โดยไม่ต้องลดทอนความหรูหราในการสวมใส่
Lab Grown Diamond ประกอบด้วยคาร์บอนบริสุทธิ์ (Carbon – C) เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ โดยมีโครงสร้างผลึกและคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกัน จึงมีความแข็งระดับ 10 ตาม Mohs Scale รวมถึงมีคุณสมบัติด้านการหักเหและการกระจายแสงเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)
Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) คืออะไร? ความจริงทางวิทยาศาสตร์และเหตุผลที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
GLOW Diamond เราเป็นสมาชิกสมาคมจิวเวลรี่ถึง 2 แห่งที่เป็นมาตรฐานของเมืองไทย
- สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
- สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย
- โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ GIT
- ได้รางวัลการออกแบบจากฝรั่งเศส (Carlin)


