แนะนำ 10 แบบแหวนเพชรแล็บผู้ชาย แบบเรียบหรูและมีระดับ
แหวนเพชรแล็บผู้ชายไม่จำเป็นต้องมีดีไซน์ใหญ่หรือประดับเพชรแล็บจำนวนมากจึงจะดูโดดเด่น เพราะเสน่ห์ของแหวนผู้ชายหลายแบบอยู่ที่สัดส่วนของตัวเรือน รูปทรงของเพชรแล็บและวิธีฝังที่ทำให้รายละเอียดทั้งหมดดูลงตัว ยิ่งเป็นคนที่ชอบแต่งตัวเรียบ ๆ แหวนดีไซน์สะอาดตาเพียงวงเดียวก็ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้ลุคดูเนี้ยบขึ้นได้
ปัจจุบันมีทั้งแหวนเม็ดเดี่ยว แหวนทรง Signet แบบฝังเพชรแล็บ รวมถึงแหวนหน้ากว้างที่ใช้เพชรแล็บหลายเม็ด การเลือกจึงควรเริ่มจากสไตล์ที่ชอบควบคู่กับลักษณะการใช้งานจริง ใครที่กำลังมองหาไอเดีย สามารถเริ่มจากเปรียบเทียบรูปทรงเพชรแล็บ วิธีฝัง และสัดส่วนของตัวเรือน เพื่อหาแบบที่เข้ากับสไตล์ของตัวเองมากที่สุด
10 แบบแหวนเพชรแล็บผู้ชาย เรียบหรู ใส่แล้วดูมีระดับ
หากต้องการแหวนเพชรแล็บผู้ชายที่ดูดีโดยไม่หวือหวาเกินไป สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกแบบที่มีเพชรแล็บมากที่สุด แต่เป็นการหาสมดุลระหว่างขนาดตัวเรือน รูปทรงเพชรแล็บ และบุคลิกของผู้สวมใส่ 10 ดีไซน์ต่อไปนี้จึงให้ลุคต่างกันตั้งแต่คลาสสิก มินิมอล ไปจนถึงโมเดิร์นที่มีเส้นสายชัดเจน
แหวนเพชรแล็บเม็ดเดี่ยวบนตัวเรือนเรียบ
แหวนเพชรแล็บเม็ดเดี่ยวหรือ Solitaire เป็นตัวเลือกที่ตรงไปตรงมาและไม่ตกเทรนด์ จุดเด่นอยู่ที่การให้เพชรแล็บหนึ่งเม็ดเป็นรายละเอียดหลัก ขณะที่ตัวเรือนปล่อยให้เรียบสะอาดตา สำหรับแหวนผู้ชายสามารถเพิ่มความกว้างหรือความหนาของตัวเรือนให้เหมาะกับสัดส่วนมือ เพื่อให้ภาพรวมยังดูแข็งแรงและไม่ให้เพชรแล็บเด่นออกมามากเกินสไตล์ที่ต้องการ
ดีไซน์นี้เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัวคลาสสิกหรือมินิมอล และต้องการแหวนหนึ่งวงที่สามารถใส่กับเสื้อเชิ้ต สูท หรือเสื้อผ้าลำลองได้ง่าย
แหวนเพชรแล็บแบบ Bezel Setting
Bezel Setting ใช้ขอบโลหะโอบรอบเพชรแล็บ ทำให้เส้นรอบรูปของเพชรแล็บดูชัดและตัวเรือนมีความเรียบต่อเนื่อง เหมาะกับแหวนผู้ชายที่ต้องการความโมเดิร์นและไม่อยากให้มีหนามเตยยื่นออกมามาก
ข้อดีอีกด้านคือขอบโลหะช่วยปกป้องบริเวณรอบเพชรแล็บและพื้นผิวที่ค่อนข้างเรียบมีโอกาสเกี่ยวเสื้อผ้าหรือถุงมือน้อยกว่า Prong Setting จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการใส่แหวนเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม โลหะจะปิดขอบเพชรแล็บ มากกว่าการฝังแบบหนามเตย จึงมีลักษณะการรับแสงต่างกัน
แหวนเพชรแล็บฝังจม Flush Setting
ถ้าต้องการแหวนที่ดูเรียบที่สุดแบบหนึ่ง Flush Setting เป็นดีไซน์ที่เข้ากับแหวนผู้ชายได้ดี เพราะตัวเพชรแล็บถูกฝังลงไปในเนื้อโลหะจนส่วนบนของเพชรแล็บอยู่ใกล้ระดับเดียวกับผิวแหวน จึงแทบไม่มีส่วนที่ยื่นขึ้นมาเหนือวงแหวน
แหวนเพชรแล็บแบบ Channel Set
Channel Setting เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการประกายจากเพชรแล็บหลายเม็ด แต่ยังอยากให้ผิวแหวนดูเป็นระเบียบ วิธีนี้นำเพชรแล็บมาเรียงต่อกันอยู่ระหว่างขอบโลหะสองด้าน จึงไม่มีหนามเตยคั่นระหว่างเพชรแล็บแต่ละเม็ด
ผลลัพธ์คือเส้นของเพชรแล็บดูต่อเนื่องและเป็นทรง เหมาะกับตัวเรือนผู้ชายที่มีความกว้างพอสมควร โดยเฉพาะดีไซน์ที่ต้องการเพิ่มรายละเอียดบริเวณกลางวงโดยไม่ให้ดูประดับเยอะเกินไป Channel Setting ยังช่วยให้ขอบของเพชรแล็บได้รับการปกป้องจากโลหะ แต่แหวนบางแบบอาจปรับไซส์ได้ยากขึ้นหากแนวเพชรแล็บ วางต่อเนื่องไปรอบวงมากเกินไป
แหวน Signet ประดับเพชรแล็บ
Signet Ring มีเอกลักษณ์ตรงหน้าแหวนที่กว้างและชัดเจน เมื่อเติมเพชรแล็บเข้าไปเพียงหนึ่งเม็ดหรือจัดองค์ประกอบเล็ก ๆ บนหน้าแหวน จะได้ลุคที่ดูสุขุมแต่มีรายละเอียดมากกว่า Signet แบบเรียบ
สามารถออกแบบได้ตั้งแต่ฝังเพชรแล็บเม็ดเล็กตรงกลาง ใช้ Flush Setting หรือวางเพชรแล็บในรูปทรงเรขาคณิตให้สัมพันธ์กับรูปหน้าแหวน ลักษณะของตัวเรือนที่มีพื้นที่มากยังเปิดโอกาสให้เล่นกับผิวขัดด้าน ผิวเงา หรือรายละเอียดเฉพาะตัวได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนเพชรแล็บ
แหวนเพชรแล็บ Princess Cut สำหรับลุคโมเดิร์น
แหวนเพชรแล็บ Princess Cut มีรูปทรงหลักเป็นสี่เหลี่ยมและใช้การเจียระไนแบบ Brilliant จึงให้ทั้งเส้นสายที่ดูชัดและประกายที่โดดเด่น เหมาะกับผู้ชายที่ชอบดีไซน์ร่วมสมัยหรือเสื้อผ้าที่มีโครงสร้างชัด เช่น สูท แจ็กเก็ต หรือสไตล์ Smart Casual
แหวนเพชรแล็บ Emerald Cut สำหรับลุคสุขุม
Emerald Cut เหมาะกับคนที่ต้องการความหรูแบบไม่เน้นประกายระยิบระยับมากเกินไป เพราะเป็นการเจียระไนแบบ Step Cut ที่ใช้เหลี่ยมยาวเรียงเป็นชั้น ทำให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นแนวและเห็นรูปทรงเรขาคณิตของเพชรแล็บชัดเจน ต่างจาก Brilliant Cut ที่เน้นประกายจากเหลี่ยมขนาดเล็กจำนวนมาก
เมื่อนำมาทำแหวนผู้ชาย รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ Emerald Cut เข้ากับตัวเรือนเส้นตรงหรือหน้ากว้างได้ดี ให้ภาพลักษณ์สุขุม เนี้ยบ
แหวนเพชรแล็บ Baguette ดีไซน์เรขาคณิต
Baguette เป็นเพชรแล็บทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาวและใช้การเจียระไนแบบ Step Cut มักพบทั้งแบบขอบตรงและ Tapered Baguette ที่ด้านข้างค่อย ๆ เรียวเข้าหากัน
รูปทรงนี้เหมาะกับแหวนผู้ชายที่เน้นเส้นสายเรขาคณิต สามารถวาง Baguette หนึ่งเม็ดตามแนวยาว วางขวางตัวเรือน หรือเรียงหลายเม็ดเป็นแพตเทิร์นก็ได้ ลุคที่ได้จะออกไปทาง Architectural และ Art Deco มากกว่าแหวนที่ใช้เพชรแล็บทรงกลม จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความแตกต่างแต่ยังรักษาความเรียบไว้
แหวนเพชรแล็บแถวบนตัวเรือนกว้าง
การใช้เพชรแล็บเรียงเป็นแถวช่วยเพิ่มประกายให้แหวนโดยไม่จำเป็นต้องมีเพชรแล็บเม็ดกลางขนาดใหญ่ สำหรับแหวนผู้ชายมักเข้ากันได้ดีกับตัวเรือนที่กว้างพอให้แนวเพชรแล็บดูเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างแหวน ไม่ใช่รายละเอียดที่แยกออกมา
สามารถเลือกเรียงเพชรแล็บเพียงช่วงบนของวงเพื่อให้ด้านฝ่ามือยังเรียบและใช้งานสะดวก หรือเลือกจำนวนเพชรแล็บให้สัมพันธ์กับความกว้างของตัวเรือน หากตั้งใจใส่ทุกวันควรคำนึงถึงตำแหน่งของเพชรแล็บและการสัมผัสกับพื้นผิวต่าง ๆ ควบคู่กับความสวยด้วย
แหวนเพชรแล็บ Custom Design ที่ออกแบบตามสไตล์ผู้สวมใส่
บางครั้งแหวนที่เข้ากับผู้ชายคนหนึ่งมากที่สุดอาจไม่ได้มาจากดีไซน์สำเร็จรูป การทำ Custom Design ช่วยกำหนดได้ตั้งแต่ความกว้างของวง รูปทรงเพชรแล็บ ตำแหน่งการฝัง สีและชนิดของตัวเรือน ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ต้องการให้มีเฉพาะวง
เลือกแหวนเพชรแล็บผู้ชายให้เข้ากับบุคลิกและการใช้งานจริง
แบบแหวนที่ดูดีบนภาพอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกันเมื่ออยู่บนมือแต่ละคน สัดส่วนของนิ้ว ขนาดมือ การแต่งตัว และกิจวัตรประจำวันจึงควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะแหวนผู้ชายที่ตัวเรือนมักเป็นองค์ประกอบสำคัญของดีไซน์พอ ๆ กับตัวเพชรแล็บ
ตัวเรือนบางหรือกว้างควรเลือกจากสัดส่วนของมือ
มือใหญ่หรือนิ้วค่อนข้างกว้างมักรับกับตัวเรือนที่มีน้ำหนักและความกว้างมากขึ้นได้ดี ขณะที่มือเล็กหรือนิ้วเรียวอาจเหมาะกับวงที่ลดความหนาลงเพื่อไม่ให้ตัวแหวนดูหนักเกินสัดส่วน
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องยึดตามกฎนี้ตายตัว เพราะคนที่ชอบลุค Statement อาจตั้งใจเลือกแหวนหน้ากว้าง แม้มีนิ้วเรียวก็ตาม สิ่งที่ควรดูคือเมื่อสวมจริงแล้วแหวนสมดุลกับมือหรือไม่ และยังเคลื่อนไหวนิ้วได้สบายตามการใช้งานปกติ
ใส่ทุกวันกับใส่ออกงานควรเลือกดีไซน์ต่างกัน
แหวนที่ตั้งใจใส่ทุกวันควรให้ความสำคัญกับความสูงของตัวเรือน ความเรียบของขอบ และตำแหน่งเพชรแล็บ เพราะมือมีโอกาสสัมผัสโต๊ะ เสื้อผ้า กระเป๋า หรือสิ่งของต่าง ๆ ตลอดวัน ดีไซน์ Low Profile เช่น Bezel หรือ Flush Setting จึงอาจเหมาะกับการใช้งานบางรูปแบบมากกว่าแหวนที่มีส่วนยื่นสูง
ส่วนแหวนสำหรับออกงานสามารถเพิ่มขนาดเพชรแล็บ จำนวนเพชรแล็บ หรือรายละเอียดของตัวเรือนได้มากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในระดับเดียวกับแหวนประจำวัน สุดท้ายควรเลือกจากกิจวัตรของผู้สวมใส่จริง เพราะ แหวนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะมีโอกาสถูกหยิบมาใส่มากกว่าแหวนที่สวยแต่ใช้งานไม่สะดวก
เลือกเพชรแล็บสำหรับแหวนผู้ชาย อย่าดูแค่ขนาดกะรัต
กะรัตบอกน้ำหนักของเพชรแล็บ ไม่ได้บอกขนาดหน้าเพชรแล็บที่มองเห็นโดยตรง เพชรแล็บที่มีน้ำหนักเท่ากันจึงสามารถดูใหญ่หรือเล็กต่างกันได้ตามรูปทรง สัดส่วนและการเจียระไน ขณะเดียวกัน ความสวยของเพชรแล็บยังสัมพันธ์กับ Cut, Color และ Clarity ด้วย
ก่อนเลือกว่าแหวนผู้ชายควรใช้เพชรแล็บกี่กะรัต จึงควรมองทั้งวงร่วมกัน เพชรแล็บที่ใหญ่เกินสัดส่วนอาจทำให้ดีไซน์ที่ต้องการความเรียบดูโดดเด่นเกินไป ในทางกลับกัน เพชรแล็บขนาดเล็กที่วางตำแหน่งดีบนตัวเรือนกว้างอาจให้ลุคที่ดูแพงและลงตัวกว่า การเข้าใจ หลักการดูเพชร 4Cs ก่อนซื้อแหวนเพชร จะช่วยให้เปรียบเทียบคุณภาพได้รอบด้านกว่าการดูตัวเลข Carat เพียงช่องเดียว
Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เพิ่มทางเลือกด้านขนาดและคุณภาพภายใต้งบประมาณ
สำหรับผู้ที่ต้องการหาสมดุลระหว่างขนาดเพชรแล็บ คุณภาพ และงบประมาณ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้สามารถเลือกองค์ประกอบของแหวนได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้ง Carat, Color, Clarity, Cut รวมถึงดีไซน์และวัสดุของตัวเรือน
ตัวอย่างเช่น หากต้องการแหวนหน้ากว้างที่มีเพชรแล็บเป็นจุดเด่น สามารถจัดสรรงบประมาณระหว่างขนาดและคุณภาพของเพชรแล็บกับรายละเอียดของตัวเรือนให้เหมาะกับสไตล์ที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากขนาดกะรัตเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับเพชรแล็บประเภทนี้ สามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lab Grown Diamond คืออะไร ก่อนนำข้อมูลมาใช้เปรียบเทียบและเลือกเพชรแล็บแต่ละเม็ดให้เหมาะกับงบประมาณและรูปแบบแหวนที่ต้องการ
ออกแบบแหวนเพชรแล็บผู้ชายให้เป็นสไตล์ของคุณกับ GLOW Diamond
แหวนเพชรแล็บผู้ชายที่ดีไม่จำเป็นต้องยึดตามดีไซน์ใดดีไซน์หนึ่ง บางคนอาจชอบ Solitaire ที่เรียบและคลาสสิก ขณะที่บางคนเหมาะกับ Signet หน้ากว้าง หรือ Emerald Cut ที่มีเส้นสายชัดเจน สิ่งสำคัญคือการหาสัดส่วนที่ลงตัวระหว่างเพชรแล็บ ตัวเรือน และวิธีฝัง เพื่อให้แหวนสะท้อนบุคลิกของผู้สวมใส่ พร้อมตอบโจทย์การใช้งานจริงในแต่ละวัน
GLOW Diamond ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเพชรแล็บทั้งในด้านคุณภาพ ความสวยงาม และการกระจายแสงเมื่อตรวจดูจริง ควบคู่กับข้อมูลบนใบรับรอง โดยมีช่างผู้มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในการคัดเลือกเพชรแล็บ พร้อมบริการออกแบบเครื่องประดับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถปรับรายละเอียดของแหวนให้เหมาะกับงบประมาณ ความต้องการ และสไตล์ของแต่ละคน รวมถึงมีบริการดูแลหลังการขายตามเงื่อนไขของแบรนด์
หากมีแบบแหวนที่ชอบอยู่แล้ว สามารถนำ Reference พร้อมงบประมาณ ลักษณะการใช้งาน และรูปแบบเพชรแล็บที่ต้องการมาปรึกษากับทีม GLOW Diamond เพื่อปรับตั้งแต่สัดส่วนของตัวเรือน รูปทรงและขนาดของเพชรแล็บ ไปจนถึงวิธีฝัง ให้เหมาะกับมือและสไตล์ของผู้สวมใส่ เพื่อให้ได้แหวนที่มีรายละเอียดเฉพาะตัวและตอบโจทย์การใช้งานจริง
ที่ GLOW Diamond เราคัดสรรเครื่องประดับที่ผสานความงดงามของงานดีไซน์เข้ากับคุณภาพของ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องประดับระดับพรีเมียม ที่มอบทั้งความงดงาม คุณภาพ และความคุ้มค่า โดยไม่ต้องลดทอนความหรูหราในการสวมใส่
Lab Grown Diamond ประกอบด้วยคาร์บอนบริสุทธิ์ (Carbon – C) เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ โดยมีโครงสร้างผลึกและคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกัน จึงมีความแข็งระดับ 10 ตาม Mohs Scale รวมถึงมีคุณสมบัติด้านการหักเหและการกระจายแสงเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)
GLOW Diamond เราเป็นสมาชิกสมาคมจิวเวลรี่ถึง 2 แห่งที่เป็นมาตรฐานของเมืองไทย
- สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
- สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย
- โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ GIT
- ได้รางวัลการออกแบบจากฝรั่งเศส (Carlin)


