เพชรแล็บ Lab Grown Diamond คืออะไร แตกต่างจากเพชรธรรมชาติยังไง

เพชรแล็บคือเพชรแท้หรือไม่

เพชรแล็บ หรือ Lab Grown Diamond คือเพชรที่สร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการ มีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอน โครงสร้างผลึก และคุณสมบัติทางกายภาพและทางแสงโดยพื้นฐานเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่แหล่งกำเนิด โดยเพชรธรรมชาติจะเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ส่วนเพชรแล็บมาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เพชรแล็บเป็นเพชรจริง ไม่ใช่ CZ หรือ Moissanite

เพชรแล็บถูกสร้างในห้องปฏิบัติการทำให้ได้ผลึกเพชรจริง ต่างจาก Cubic Zirconia หรือ เพชร CZ ซึ่งเป็นเซอร์โคเนียมออกไซด์ และ Moissanite ซึ่งเป็นซิลิคอนคาร์ไบด์ วัสดุทั้งสองมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างจากเพชร แม้จะนำมาเจียระไนให้มีรูปลักษณ์คล้ายกัน

เพชรแล็บมีความแข็งระดับ 10 ตามมาตราโมส์ (Mohs Hardness Scale) เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ จึงทนต่อการขีดข่วนได้สูง ขณะที่ CZ และ Moissanite มีความแข็งต่ำกว่า รวมถึงมีการหักเหและกระจายแสงต่างกัน

เปรียบเทียบเพชรแล็บกับเพชรธรรมชาติ ต่างกันตรงไหนบ้าง

เปรียบเทียบเพชรแล็บกับเพชรธรรมชาติ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เพชรแท้กับเพชรแล็บต่างกันยังไง

คุณสมบัติของเพชรแล็บคืออะไร

เพชรแล็บสามารถนำมาเจียระไนและฝังในแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน ต่างหู หรือสร้อยคอได้เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ สีและตำหนิภายในแตกต่างกันได้ในแต่ละเม็ด 

ความแข็งของเพชรแล็บที่สูงช่วยให้ทนรอยขีดข่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าเพชรจะไม่บิ่นหรือแตกเมื่อถูกกระแทกแรง โดยเฉพาะบริเวณขอบหรือมุมแหลม การเลือกตัวเรือนที่ปกป้องเพชรและถอดเครื่องประดับก่อนทำกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทกจึงยังคงจำเป็นจะต้องทำ

Lab Grown Diamond

องค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์ของ Lab Grown Diamond

Lab Grown Diamond หรือเพชรแล็บ มีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอนเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ อะตอมของคาร์บอนยึดกันด้วยพันธะโควาเลนต์และเรียงตัวเป็นโครงข่ายผลึกสามมิติแบบเพชร หรือ Diamond Cubic Crystal Structure จึงมีคุณสมบัติพื้นฐานด้านความแข็ง การตอบสนองต่อแสง และการนำความร้อนเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ ทั้งนี้ เพชรแต่ละเม็ดอาจมีธาตุปริมาณเล็กน้อยหรือตำหนิภายในแตกต่างกันได้ ไม่ได้เป็นคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ไร้ตำหนิเสมอไป

คุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่

  • ความแข็งระดับ 10 ตามมาตราโมส์ (Mohs Scale) ช่วยให้ทนต่อรอยขีดข่วนได้สูง แต่ยังบิ่นหรือแตกได้เมื่อถูกกระแทกแรง
  • ดัชนีหักเหแสงประมาณ 2.42 ทำให้แสงเปลี่ยนทิศทางเมื่อผ่านเข้าสู่เนื้อเพชร
  • ค่าการกระจายแสงประมาณ 0.044 เป็นคุณสมบัติที่ทำให้แสงขาวแยกออกเป็นสีต่าง ๆ เกิดเป็นประกายสีที่เรียกว่า Fire
  • การนำความร้อนสูง เป็นคุณสมบัติทางกายภาพอย่างหนึ่งของเพชร แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันแหล่งกำเนิดจากการตรวจด้วยเครื่องตรวจเพชรทั่วไปเพียงอย่างเดียว

แม้เพชรและกราไฟต์จะมีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอนเหมือนกัน แต่โครงสร้างต่างกัน กราไฟต์มีอะตอมเรียงเป็นชั้นที่เลื่อนผ่านกันได้ง่าย จึงอ่อนและใช้เป็นส่วนประกอบของไส้ดินสอ ส่วนเพชรมีพันธะเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายสามมิติ จึงทนต่อการขีดข่วนได้สูง ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติของวัสดุขึ้นอยู่กับทั้งองค์ประกอบและการจัดเรียงอะตอม

เพชรแล็บจึงเป็นผลึกเพชรจริง สามารถให้ความสว่างหรือ Brilliance และประกายสีหรือ Fire ได้เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความสวยที่มองเห็นยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนการเจียระไน การขัดเงา และคุณภาพของเพชรแต่ละเม็ด การเป็นเพชรแล็บจึงไม่ได้ทำให้ทุกเม็ดเล่นไฟได้ดีเท่ากัน แหล่งกำเนิดเป็นความแตกต่างหลักระหว่างเพชรทั้งสองประเภท ขณะที่รายละเอียดการเติบโตของผลึกสามารถตรวจแยกได้ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง

เพชรแล็บผลิตอย่างไร ทำไมจึงมีโครงสร้างเป็นเพชร

การผลิตเพชรแล็บมีสองวิธีหลัก ได้แก่ HPHT และ CVD ทั้งสองวิธีสร้างสภาวะที่ทำให้อะตอมคาร์บอนเรียงตัวเป็นผลึกเพชรจริง

HPHT หรือ High Pressure High Temperature ใช้ความดันและอุณหภูมิสูง ทำให้คาร์บอนก่อตัวเป็นผลึกโดยอาศัยเพชรตั้งต้น กระบวนการนี้จำลองสภาวะสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดเพชรตามธรรมชาติ

CVD หรือ Chemical Vapor Deposition ใช้ก๊าซที่มีคาร์บอนอยู่ภายในห้องควบคุม เมื่อได้รับพลังงาน คาร์บอนจะสะสมบนผลึกเพชรตั้งต้นและเติบโตเป็นชั้น ๆ จนได้ผลึกที่นำไปเจียระไนได้

ทำความเข้าใจความต่างของกระบวนการมากขึ้น สามารถดู วิธีการผลิตเพชรแล็บแบบ HPHT และ CVD

สามารถแยกเพชรแล็บกับเพชรแท้ด้วยตาเปล่าได้ไหม และตรวจสอบอย่างไรให้มั่นใจ

การมองด้วยตาเปล่าไม่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าเป็นเพชรแล็บหรือเพชรธรรมชาติ การที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของเพชรได้จะต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะและการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญภายในห้องปฏิบัติการ

ก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อน

  1. อ่านรายงานประเภทเพชร ตรวจสอบว่าเป็ยเพชรแล็บ Laboratory-Grown หรือมีแหล่งกำเนิดอย่างไร ไม่ดูเพียงโลโก้ GIA หรือ IGI
  2. ตรวจเลขรายงานกับผู้ออกเอกสาร ใช้ GIA Report Check หรือระบบตรวจรายงานของ IGI แล้วเทียบรูปทรง น้ำหนัก ขนาด และรายละเอียดกับเอกสารที่ร้านให้
  3. ตรวจเลขสลักบนขอบเพชรเมื่อมี ให้ร้านช่วยแสดงด้วยอุปกรณ์ขยายและเทียบกับเลขรายงาน หากตัวเรือนบังตำแหน่งสลัก ควรถามวิธีตรวจยืนยันเพิ่มเติม

เลือกเพชรแล็บอย่างไรให้เหมาะกับงบและความต้องการ

เริ่มจากโอกาสและลักษณะการใช้งาน หากเป็นแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานที่สวมทุกวัน ควรเผื่องบสำหรับตัวเรือนที่ใส่สบายและยึดเพชรได้มั่นคง หากซื้อเป็นของขวัญ ควรพิจารณาสไตล์และความสะดวกในการสวมของผู้รับร่วมด้วย งบทั้งหมดจึงควรรวมทั้งเพชร ตัวเรือน และรายละเอียดงานที่ต้องการ แทนการทุ่มให้ขนาดเพชรเพียงอย่างเดียว

พิจารณาคุณภาพและการเล่นไฟของเพชรจริง

หลักการดูเพชร 4C ก่อนซื้อ เป็นกรอบเปรียบเทียบ ได้แก่ Cut การเจียระไน Color สี Clarity ความสะอาด และ Carat น้ำหนักกะรัต แล้วดูเพชรจริงประกอบ สังเกตความสว่าง ประกายสี และความระยิบระยับเมื่อขยับเพชร โดยลองทดสอบดูหลายๆมุมเพื่อให้เห็นลักษณะใกล้เคียงกับเวลาสวมจริง

เลือกร้านที่ตรวจสอบได้และมีบริการหลังการขายชัดเจน

ก่อนซื้อควรถามว่าเพชรเม็ดที่เลือกมีรายงานจากสถาบันใด สามารถชมสินค้าจริงได้ที่ไหน และบริการหลังการขายครอบคลุมอะไรบ้าง โดยเฉพาะการล้าง ซ่อม ปรับไซส์ และการรับประกัน ควรทราบข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย และกรณีที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขด้วย 

หากกำลัง เลือกร้านจำหน่ายแหวนเพชรแล็บ GLOW Diamond สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อเปรียบเทียบเพชรจริงและเลือกดีไซน์ตามงบประมาณได้ที่ GLOW Diamond เรามีหน้าร้านให้เลือกชมสินค้า บริการออกแบบเครื่องประดับฟรี และการดูแลหลังการขายโดยควรสอบถามเงื่อนไขของชิ้นงานที่สนใจก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้ได้เครื่องประดับเพชรแล็ยที่ทั้งสวยถูกใจและเหมาะกับการใช้งานของคุณราคาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากคุณกำลังมองหาเครื่องประดับเพชรที่สวยงาม คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพชรแล็บอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ!

เขียนบทความโดย

Picture of GLOW Diamond
GLOW Diamond

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Lab Grown Diamond (คนไทยเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เราส่งมอบความงามผ่านเครื่องประดับเพชรแล็บอันหรูหรายาวนานกว่า 20 ปี มั่นใจถึงคุณภาพรายละเอียดทุกด้าน

Recent Posts

Featured Products: