ระวังเพชรแล็บหลุดจากตัวแหวน สัญญาณที่ควรนำแหวนเพชรแล็บไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็ก
เพชรแล็บไม่ได้หลุดจากแหวนทันทีโดยไม่มีสัญญาณเสมอไป หลายครั้งตัวเรือนหรือจุดยึดเพชรแล็บจะเริ่มเปลี่ยนสภาพก่อน ทั้งจากการสวมใส่เป็นประจำ การกระแทก หรือการที่หนามเตยสึกและผิดรูป หากสังเกตได้ตั้งแต่ช่วงที่เพชรแล็บเริ่มหลวม ก็มีโอกาสแก้ไขได้ก่อนที่เพชรแล็บจะหลุดหายหรือได้รับความเสียหายมากขึ้น
โดยเฉพาะ แหวนเพชรแล็บ ที่ใส่เป็นประจำ ควรสังเกตทั้งเม็ดเพชรแล็บ หนามเตย และรูปทรงของตัวเรือนควบคู่กัน เพราะจุดยึดเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เพชรแล็บอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างมั่นคง
สัญญาณเตือนว่าเพชรแล็บอาจเริ่มหลวมจากตัวแหวน
เพชรแล็บที่ถูกยึดอย่างเหมาะสมควรอยู่กับที่และไม่มีการขยับผิดปกติ ส่วนหนามเตยหรือโลหะที่ล้อมรอบเม็ดเพชรแล็บ ควรแนบและทำหน้าที่ยึดเพชรแล็บได้ตามปกติ หากเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง 4 ลักษณะต่อไปนี้ ควรลดการสวมใส่และนำแหวนไปตรวจเช็ก
เพชรแล็บเริ่มขยับเมื่อสัมผัสหรือสวมใส่
สัญญาณที่สังเกตได้ค่อนข้างชัดคือเม็ดเพชรแล็บขยับเล็กน้อยเมื่อแตะเบา ๆ หรือรู้สึกว่าเพชรแล็บไม่แน่นเหมือนเดิมขณะสวมใส่ ในบางกรณีอาจมองเห็นช่องว่างระหว่างเพชรแล็บกับจุดยึด ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่ควรให้ช่างตรวจสอบ
ไม่ควรเขย่าแหวนแรง ๆ หรือใช้เข็มและของแข็งแคะเพื่อทดสอบว่าเพชรแล็บหลวมหรือไม่ เพราะอาจทำให้จุดยึดที่อ่อนตัวอยู่แล้วเสียรูปมากขึ้น หากสัมผัสเบา ๆ แล้วพบว่าเพชรแล็บเคลื่อนตัว การหยุดใส่และให้ช่างตรวจจะปลอดภัยกว่า
หนามเตยสะดุด เกี่ยวเสื้อผ้า หรือไม่แนบกับเพชรแล็บเหมือนเดิม
หนามเตยมีหน้าที่จับขอบเพชรแล็บให้อยู่กับตัวเรือน เมื่อใช้งานไปนาน ๆ หนามเตยอาจเกิดการสึก งอ หรือยกตัวขึ้นจากการกระแทก หากจากเดิมที่แหวนไม่เคยเกี่ยวเสื้อผ้า แต่เริ่มเกี่ยวเส้นผม ผ้า หรือเส้นใยต่าง ๆ บ่อยขึ้น ควรสังเกตว่าปลายหนามเตยมีตำแหน่งเปลี่ยนไปหรือไม่
หนามเตยที่งอหรือเสียหายแม้เพียงจุดเดียวอาจทำให้การยึดเพชรแล็บไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะแหวนที่ใช้ระบบ Prong Setting ซึ่งต้องอาศัยหนามเตยหลายตำแหน่งช่วยกันยึดเม็ดเพชรแล็บ
ตัวเรือนหรือหัวแหวนมีรอยกระแทกและเริ่มผิดรูป
บางครั้งเพชรแล็บยังดูไม่หลวมเมื่อมองด้วยตา แต่ตัวเรือนบริเวณหัวแหวนอาจได้รับแรงกระแทกจนเริ่มเบี้ยวหรือเสียรูป แรงที่มากพอจะทำให้ตัวเรือนเปลี่ยนรูปสามารถส่งผลต่อระยะและตำแหน่งของจุดยึดเพชรแล็บได้เช่นกัน
หากแหวนเคยกระแทกพื้น ขอบโต๊ะ ประตู หรือวัตถุแข็งอย่างแรง แล้วสังเกตว่าหัวแหวนเอียง หนามเตยไม่สมมาตร หรือเพชรแล็บดูอยู่ในตำแหน่งต่างจากเดิม ไม่ควรรอให้เพชรแล็บเริ่มขยับก่อนจึงค่อยตรวจ เพราะหนามเตยที่งอหรือแตกสามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เพชรแล็บหลวมหรือได้รับความเสียหายได้
ตำแหน่งเพชรแล็บหรือหนามเตยเปลี่ยนไปหลังปรับไซส์แหวน
การปรับไซส์แหวนไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เพชรแล็บหลวมทุกครั้ง แต่หลังจากปรับขนาดตัวเรือนแล้วควรสังเกตความเรียบร้อยของแหวนอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่มีการปรับขนาดค่อนข้างมาก หรือแหวนมีเพชรแล็บและจุดยึดหลายตำแหน่ง
หากหลังรับแหวนกลับมาแล้วพบว่าเม็ดเพชรแล็บขยับ หัวแหวนมีรูปทรงต่างจากเดิม หรือหนามเตยบางจุดไม่แนบกับเพชรแล็บ ควรนำกลับไปให้ช่างตรวจทันที ไม่ควรพยายามดัดหรือกดหนามเตยให้เข้าที่ด้วยตัวเอง เนื่องจากการปรับจุดยึดเพชรแล็บต้องควบคุมทั้งแรงและตำแหน่งของโลหะให้เหมาะสม
พบว่าเพชรแล็บเริ่มหลวม ควรหยุดใส่ก่อนเพชรแล็บหลุดหาย
ถ้ารู้สึกว่าเพชรแล็บเริ่มขยับ เห็นหนามเตยผิดรูป หรือสงสัยว่าจุดยึดไม่แน่นเหมือนเดิม ควรถอดแหวนและเก็บแยกไว้ในกล่องหรือถุงเครื่องประดับที่ปลอดภัยก่อน ไม่ควรใส่ต่อเพื่อรอดูว่าอาการจะมากขึ้นหรือไม่ เพราะเมื่อเพชรแล็บหลวมอยู่ในตัวเรือน ความเสี่ยงไม่ได้มีเฉพาะเรื่องเพชรแล็บหลุดหาย แต่การเคลื่อนไหวภายในจุดยึดยังอาจเพิ่มโอกาสที่เพชรแล็บ หรือบริเวณขอบเม็ดจะได้รับความเสียหายได้
ควรหลีกเลี่ยงการใช้คีม กดหนามเตย หรือซ่อมตัวเรือนด้วยตัวเอง แล้วนำแหวนไปให้ช่างตรวจว่าปัญหาเกิดจากหนามเตย จุดยึด หัวแหวน หรือตัวเรือนส่วนใด เพื่อแก้เฉพาะจุดอย่างเหมาะสม หากเป็นแหวนของ GLOW Diamond สามารถ ติดต่อ GLOW Diamond เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบสภาพแหวนได้
แหวนที่ใส่ทุกวันและใช้มือทำงานบ่อยควรใส่ใจจุดยึดเพชรแล็บมากเป็นพิเศษ
แหวนที่ใส่ทุกวันมีโอกาสสัมผัสแรงกดและแรงกระแทกจากกิจวัตรทั่วไปมากกว่าแหวนที่ใส่เฉพาะโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการหยิบของ ยกของ ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือใช้มือกับพื้นผิวแข็งต่าง ๆ แม้แรงแต่ละครั้งอาจไม่มาก แต่การใช้งานสะสมสามารถทำให้ตัวเรือนและหนามเตยเกิดการสึกได้ตามเวลา
คนที่ต้องใช้มือทำงานบ่อยจึงควรพิจารณาเรื่องความแข็งแรงของ Setting ตั้งแต่ตอนเลือกแหวน ไม่ใช่มองเฉพาะรูปทรงและขนาดเพชรแล็บเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ดีไซน์ที่มีส่วนยื่นสูงหรือหนามเตยเปิดมากอาจต้องระวังการเกี่ยวและกระแทกมากกว่าบางรูปแบบ การเลือก ดีไซน์แหวนเพชรให้เหมาะกับการใส่จริง จึงควรดูทั้งความสวย รูปนิ้ว และลักษณะการใช้ชีวิตประกอบกัน
ตรวจเช็กตัวเรือนก่อนเกิดปัญหา ช่วยดูแลแหวนเพชรแล็บได้ในระยะยาว
การรอจนได้ยินเสียงเพชรแล็บขยับหรือเห็นเพชรแล็บเกือบหลุดอาจสายเกินไปสำหรับบางกรณี การสังเกตสภาพหนามเตย ตัวเรือน และจุดยึดเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังแหวนได้รับแรงกระแทกหรือเมื่อใส่มาเป็นเวลานาน ช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ช่วงแรก GIA เองก็แนะนำให้เครื่องประดับได้รับการตรวจหาหินที่หลวมและปัญหาของตัวเรือนก่อนความเสียหายจะรุนแรงขึ้น
สำหรับการดูแลประจำวัน ควรถอดแหวนในกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทก เก็บแยกจากเครื่องประดับชิ้นอื่นเมื่อไม่ได้ใส่ และหากสงสัยว่าเพชรแล็บเริ่มหลวม ไม่ควรนำไปทำความสะอาดด้วยเครื่อง Ultrasonic หรือ Steam Cleaner ก่อนตรวจจุดยึด เนื่องจาก GIA ระบุว่าเครื่องทำความสะอาดเหล่านี้อาจทำให้อัญมณีที่จุดยึดมีปัญหาอยู่แล้วหลวมมากขึ้น
แหวนเพชรแล็บเป็นเครื่องประดับที่สามารถอยู่กับเราได้นาน หากดูแลทั้งความสะอาดและความแข็งแรงของตัวเรือนควบคู่กัน การตรวจเจอเพชรแล็บหลวมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงไม่เพียงช่วยลดโอกาสที่เพชรแล็บหลุดจากตัวแหวน แต่ยังช่วยให้แก้ไขเฉพาะจุดได้ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปยังส่วนอื่นของแหวน
ที่ GLOW Diamond เราคัดสรรเครื่องประดับที่ผสานความงดงามของงานดีไซน์เข้ากับคุณภาพของ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ) เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องประดับระดับพรีเมียม ที่มอบทั้งความงดงาม คุณภาพ และความคุ้มค่า โดยไม่ต้องลดทอนความหรูหราในการสวมใส่
Lab Grown Diamond ประกอบด้วยคาร์บอนบริสุทธิ์ (Carbon – C) เช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ โดยมีโครงสร้างผลึกและคุณสมบัติทางกายภาพเช่นเดียวกัน จึงมีความแข็งระดับ 10 ตาม Mohs Scale รวมถึงมีคุณสมบัติด้านการหักเหและการกระจายแสงเช่นเดียวกับเพชรธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lab Grown Diamond (คนไทยมักเรียกว่าเพชรแล็บ / เพชรแลบ)
GLOW Diamond เราเป็นสมาชิกสมาคมจิวเวลรี่ถึง 2 แห่งที่เป็นมาตรฐานของเมืองไทย
- สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
- สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย
- โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ GIT
- ได้รางวัลการออกแบบจากฝรั่งเศส (Carlin)


